หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดฎีกา ตอกหน้าค่ายเพลง เปิดเพลงผ่าน Youtube ให้ลูกค้าฟังไม่ผิดกฎหมาย  (อ่าน 20788 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
BLACKHUNTER
สมาชิกเว็บ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 336



« เมื่อ: มีนาคม 18, 2015, 10:51:30 AM »

เปิดเพลงในยูทูปให้ลูกค้าฟังในร้านแต่บริษัทเกมส์ฟ้อง ศาลพิพากษาไม่ผิดเพราะไม่ได้เรียกเก็บเงินหรือบวกในค่าบริการ

เปิดฎีกา ตอกหน้าค่ายเพลง เจ้าของร้านอาหาร ร้านกาแฟ เปิดเพลงผ่าน Youtube ไม่ผิด


จากกรณีที่บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงรายใหญ่ของไทย ขึ้นข้อความหลังคลิปมิวสิคโวดิโอที่เพิ่งอัพโหลดใหม่ แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือร้านค้าทั่วไป ว่าการเปิดเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของแกรมมี่ให้ลูกค้าฟังผ่าน Youtube ก็ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากต้องการเปิดแบบถูกต้อง จะต้องติดต่อขอสิทธิ์กับทางบริษัท ซึ่งโดยทั่วไปการเปิดผ่าน Youtube จะอนุญาตให้รับชมได้เฉพาะเป็นการส่วนตัวหรือในที่อยู่อาศัยเท่านั้น

กรณีนี้เคยมีคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องซึ่งพอจะเทียบเคียงได้ กล่าวคือ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8220/2553
พนักงานอัยการจังหวัดระยอง
โจทก์

นางสุรินทร์ XXX
จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31, 70 วรรคสอง

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม จำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลง “กำลังใจที่เธอไม่รู้” อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยฟัง ไม่ปรากฎว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าฟังเพลงโดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง

________________________________

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 29, 30, 31, 69, 70, 75, 76 ริบโทรทัศน์สี เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี และให้แผ่นซีดีเพลงจำนวน 19 แผ่น ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ของกลางตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนให้แก่เจ้าของ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เห็นว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน…” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการเผยแพร่งานนั้นต่อสาธารณชน “เพื่อหากำไร” ซึ่งหมายความว่า กำไรนั้นหากจำเลยได้มาหรือจะได้มาจะต้องเกิดจากการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องได้ความว่า จำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม จำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลง “กำลังใจที่เธอไม่รู้” อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยฟัง ไม่ปรากฏว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ฟังเพลง โดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลง หรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าวซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

สาระสำคัญในคำวินิจฉัยคือ

กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร  คือกำไรโดยตรงไม่ได้มาจากการเปิดเพลง แต่มาจากอาหาร
ซึ่งคีย์เวิรด์ให้จำง่ายๆนะครับ ” ไม่ปรากฏว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ฟังเพลง โดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลง หรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด ”

ซึ่งทางเว็บมองว่าการกระทำดังกล่าวมิได้ทำเพื่อการหากำไรจากงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์จึงไม่เข้าข่ายความผิดอยู่ดี

ที่มา ตั๋วทนาย.com/เปิดฎีกา-ตอกหน้าค่ายเพล/
บันทึกการเข้า
hanoymoy
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 18, 2015, 02:38:17 PM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
บันทึกการเข้า
กังฟู
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 18, 2015, 03:04:17 PM »

ค่ายเพลงนี้มันหัวหมอยันหมานำจับเลยจริงๆนะ  Angry
บันทึกการเข้า
yoyosang
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 18, 2015, 04:20:18 PM »

หมานำจับของค่ายนี้ ส่วนมากมันก็เคยทำงานในค่ายนี้ เท่าที่เห็นมานะครับ แสดงว่ามันปลูกฝังวิธีหาDak แบบนี้ไว้อยู่แล้ว
ปล. ขออภัยที่พูดแรงไป มาจากใจล้วน ๆ
บันทึกการเข้า
SUNUN
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 19, 2015, 10:56:35 AM »

 Smiley
บันทึกการเข้า
mashlmaro
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 19, 2015, 12:02:39 PM »

ตต่อไปคงต้องฟังบทสวดมนต์ครับ
บันทึกการเข้า
Grooufie
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2015, 04:21:29 PM »

ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


ข้อความ หรือรูปภาพที่ปรากฏในเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทาง ICT.in.th มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล หากท่านพบเห็นข้อมูลที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งให้ทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป