หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คลิป ซีแนม AF1 ถูกตุ๋นเงินผ่าน ATM สูญ 1.6 แสน  (อ่าน 4915 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NinJa
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 516



« เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2010, 08:23:36 PM »



<a href="http://www.youtube.com/v/8lxIObYg_PA" target="_blank">http://www.youtube.com/v/8lxIObYg_PA</a>


<a href="http://www.youtube.com/v/ZiPhsPzp5A4" target="_blank">http://www.youtube.com/v/ZiPhsPzp5A4</a>



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก zeenam.com
ขอขอบคุณข้อมูลจาก รายการเรื่องเด่นเย็นนี้




           ซีแนม AF1 หรือ นางสาวซีแนม สุนทร อายุ 25 ปี ถูกคนร้ายแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ทำให้สูญเงินจำนวนถึง 160,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

           ทั้งนี้ ซีแนม AF1 กล่าวว่า ได้มีคนโทรมาหาตน เป็นหมายเลขยาวมาก ไม่เหมือนเบอร์ปกติ ตอนแรกยังคิดเลยว่าเป็นคอลลิ่ง เมโลดี้ ซึ่งเบอร์ดังกล่าวเขียนไว้ว่า "กันไว้" เมื่อกดรับเสียงจะคล้ายระบบอัตโนมัติของธนาคารกรุงเทพ และแจ้งว่าตอนนี้ตนติดหนี้บัตรเครดิต 47,000 บาท ซึ่งก็ตกใจเนื่องจากไม่เคยใช้บัตรเครดิตเลย โดยคนที่โทรมาบอกว่า ตนรูดบัตรเครดิตไปจริง ๆ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน  ถ้าไม่จ่ายเงินเราจะหักเงินจากบัญชีของคุณ ถ้าอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมให้กด 1

           ด้วยความอยากรู้ ซีแนม เลยกด 1 ตอนนั้นไม่คิดถึงเรื่องมิจฉาชีพเลย อยากจะคุยกับเจ้าหน้าที่มากกว่า  เนื่องจากการคุยกับเจ้าหน้าที่ก็เป็นเรื่องปกติที่เคยทำอยู่บ่อย ๆ แถมยังเคยโอนเงินทางโทรศัพท์ และมีเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลก็เป็นเรื่องปกติ จึงไม่ได้เอ๊ะใจ พอกดไปปลายเสียงตอบว่า "อรวรรณรับสายค่ะ" ซีแนมจึงแจ้งไปต้องการตรวจสอบข้อมูลว่าเราติดหนี้บัตรเครดิตหรือไม่ และคนที่ชื่ออรวรรณก็สอบถามข้อมูลว่าชื่ออะไร และยืนยันกลับมาว่า ตนเองติดหนี้บัตรเครดิตดังกล่าวจริง ๆ แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้ติดหนี้

           หลังจากที่คุยกันอยู่สักพัก คนที่ชื่ออรวรรณก็บอกว่า สงสัยตนจะถูกโจรกรรมข้อมูล ซึ่งขณะนั้นแบตโทรศัพท์ตนจะหมด ก็เลยขอเบอร์เจ้าหน้าที่ แต่กลับบอกว่าให้ไม่ได้เนื่องจากป้องกันการโจรกรรมข้อมูล ตนจึงให้เบอร์ส่วนตัวไป จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็โทรมาอีก บอกว่าต้องการทำการอายัดและล็อคหมายเลขบัญชีเพื่อไม่ให้ถูกกดเงินออกไป พร้อมกับถามว่า ตนมีเงินในบัญชีทั้งหมดเท่าไหร่ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่า คนที่โทรมาเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงเทพ ตนกังวลแต่ว่ากลัวเงินถูกกดออกไป จึงบอกหมายเลขบัญชีทั้งธนาคารกรุงเทพ, บัญชีกสิกร, บัญชีไทยพาณิชย์  ทางคนร้ายก็บอกว่า ให้ตนไปที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อทำธุรกรรม และทางธนาคารจะทำการอายัดเงินให้ ตนจึงไปที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยถนนสามัคคี จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่คนร้ายบอก

           ทั้งนี้ขั้นตอนทำเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้ไม่คุ้นตา และตนก็รีบมาก จึงทำตาม โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะบอกว่าให้กดปุ่มซ้าย – บน  - กดยืนยัน – กดโอเค ซึ่งพูดเร็วมาก และมีการบอกหมายเลขมาให้ตนกดบอกว่าเป็นหมายเลขล็อคป้องกันการโจรกรรม แต่จริง ๆ แล้วเป็นจำนวนเงิน  ตอนนั้นตนก็ไม่ได้แปลกใจ ยังคงทำตามที่คนร้ายบอกทุกอย่าง คนร้ายยังได้บอกอีกว่าให้ฉีกสลิปทิ้ง และห้ามทำธุรกรรมใด ๆ จนกว่าจะถึงหกโมงเย็น

           อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่ซีแนมจะทำธุรกรรมทางการเงินได้คุยกับแม่ว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพโทรมาบอกว่าหนูติดหนี้บัตรเครดิตอยู่ 47,000 บาท แต่ขณะนี้กำลังทำธุรกรรมอยู่ และรอเอกสารที่เจ้าหน้าที่เอามาให้ ขณะนี้หนูยังกลับบ้านไม่ได้นะ ตอนนั้นแม่เข้าใจว่าซีแนมอยู่ในธนาคาร แต่ก็มาเอ๊ะใจว่าธนาคารเค้าเปิดกันวันเสาร์-อาทิตย์ด้วยเหรอ จึงเดินไปสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารในห้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่าทางธนาคารไม่เคยมีการโทรไปทวงหนี้ สงสัยจะโดนหลอก …

           ตอนนั้นแม่ก็รู้แล้วว่า ซีแนมจะโดนหลอกแน่ ๆ จึงพยายามโทรหาซีแนมเป็นสิบ ๆ สาย ซีแนมก็กดรับ และบอกว่า "แม่ก็โทรมาอยู่ได้ หนูกำลังทำธุรกรรมทางการเงิน อยู่หน้าตู้เอทีเอ็ม" และซีแนมก็ไม่รับสายแม่อีกเลย แต่แม่ก็พยายามโทรขณะที่ซีแนมก็ไม่ยอมรับสาย จนซีแนมทำธุรกรรมเสร็จถึงรับสาย และบอกว่าทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่งเสร็จ แม่ก็บอกว่า ซีแนมโดนหลอกแล้ว ให้ไปเช็คยอดเงินเลยนะ หลังจากนั้นจึงรีบไปเช็คยอดเงิน ปรากฏว่าไม่เหลือเงินในบัญชี รู้สึกตกใจมากจึงรีบติดต่อกับทางธนาคารเพื่อให้อายัดบัตรเอทีเอ็มให้ แต่เข้าใจว่าต้องมีใบแจ้งความ


           ซีแนมได้เข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจตรงดอนเมือง แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าไม่รับแจ้งเนื่องจากไม่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งแทนที่จะได้ใบแจ้งความและอายัดเงินเบรกไม่ให้คนร้ายกดออกไป ซีแนมกลับต้องเสียเวลาไปแจ้งความที่สถานีท้องที่ที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ซีแนม ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนนทบุรี เจ้าหน้าที่ถามว่า "โดนอะไรมา" ตนก็แจ้งไป แต่เจ้าหน้าที่กลับพูดว่า "ไม่ดูทีวีหรือไงถึงได้โดนหลอก" พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังบอกว่า ป่านนี้คนร้ายคงเอาเงินไปใช้หมดแล้วมั้ง หลังจากนั้นก็ให้ตนเขียนบันทึกประจำวันไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ไปพักทานข้าว ทำให้เสียเวลาที่สถานีตำรวจประมาณ 1 ชั่วโมง โดยที่ไม่ได้ใบแจ้งความ หรือเอกสารที่มีตราครุฑที่จะไปใช้อ้างอิงกับทางธนาคารได้ ได้แค่ลงบันทึกประจำวันได้

           จากนั้นซีแนมได้เดินทางไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสยามพารากอน ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องใช้เอกสารการแจ้งความจากทางโรงพัก แต่ตนไม่มี ก็เลยแจ้งทางธนาคารให้ช่วยตรวจสอบ และอายัดบัตรให้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ช่วยทำการอายัดให้ แต่ก็ช้าเกินไป และจากการตรวจสอบของธนาคารพบว่า นายเอกภพ มั่งมี ที่ตนโอนเงินไปนั้นเป็นชาว จ.สระบุรี แต่เปิดบัญชีของธนาคารกรุงเทพไว้ที่นครนายก และเหลือเงินในบัญชี 70,000 บาท แต่ทางธนาคารยังไม่สามารถโอนกลับคืนให้ตนได้ เพราะต้องใช้หลักฐานจากทางตำรวจมายืนยันอีกครั้ง

           จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม่ซีแนมกล่าวว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันไว้ และใส่ใจสักนิดแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็สามารถช่วยคนที่เดือดร้อนได้ และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเก่ง แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหรือไม่เท่านั้นเอง

           ทั้งนี้ ซีแนม กล่าวว่า เรื่องแก๊งต้มตุ๋นทางโทรศัพท์เคยได้ยินมาแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีด้วย เพื่อไม่ให้ประชาชนคนอื่นตกเป็นเหยื่ออีก
บันทึกการเข้า
Betagen
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16



« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2010, 10:08:15 PM »

ตำรวจเหิ้ยอีกแล้วครับ

ถ้าเกิดคนจะยิงพ่อ แม่มัน  แล้วมันจะบอกว่าอยู่ในช่วงพักมั้ยอยากรู้จริงๆ
บันทึกการเข้า
velocity11
สมาชิกเว็บ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 366


ความรวยไม่คงทน...แต่ความจนสิ...ถาวร!


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 01:58:27 AM »

เดี๋ยวนี้จะไว้ใจใคร..พึ่งพาใคร ได้มั่ง สงสัยจะไม่มีแล้ว Cry
บันทึกการเข้า
karakok
สมาชิกเว็บ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 514



« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 03:54:21 AM »

สู้ๆนะครับ คนสวย
บันทึกการเข้า

ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เดือดร้อนผู้อื่น รู้จักเคารพผู้ใหญ่(ที่ดี)

อธิวัฒน์

ขอบคุณความรู้ที่ได้จากสังคมOnline ICT Thailand สังคมแบ่งปันความรู้ และความช่วยเหลือ
atom
สมาชิกเว็บ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,585


ความสุขเกิดขึ้นได้ในใจ


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 09:24:16 AM »

ตำรวจแม่ง ห่วงกินข้าวมากกว่าความทุกข์ร้อนประชาชน
บันทึกการเข้า
PrettyJudie
Moderator
สมาชิกเว็บ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11,855


___www.ict.in.th___


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 09:31:17 AM »

สาวสวยก็โดนต้มไปกะเค้าเง้อ ...แย่ ขอให้ได้ตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วไวครับ

อ้างถึง
ตำรวจแม่ง ห่วงกินข้าวมากกว่าความทุกข์ร้อนประชาชน

ใช่สิเจ้ ไม่ใช่เงินมันนี่ครับ มันไม่เดือดร้อนอะไรด้วยหรอกครับ
บันทึกการเข้า

 คลิกที่นี่ เพื่อขอรับ ข่าวด่วน! จากเว็บ ICT.in.th ทางอีเมล์ ฟรี!



อย่าถามว่าฉันจะได้อะไร แต่จงถามว่าฉันจะให้อะไรกับ ICT.in.th  /Don't ask what I will get, but ask what I will give ICT.in.th

MyCOm
สมาชิกเว็บ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 365


สู้ !! และก้าวไปข้างหน้า


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 10:04:53 AM »

ได้คนร้ายมากระทืบหน้าให้หน่ำใจ

บันทึกการเข้า
asujika
สมาชิกเว็บ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,711



« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2010, 01:38:57 PM »

กรุณาอ่านเเละวิเคราะห์ข่าวดีๆคับท่านทั้งหลาย โทษเเต่ตำรวจฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก ความผิดอยู่ที่ต้นเหตุทั้งๆที่รู้เเละเคยอ่านข่าวมาเเล้วก็ยังโดน การทำงานเเละขั้นตอนของงานราชการก็เป็นเเบบนี้ตั้งเเต่ไหนเเต่ไรเเล้ว ต้องทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ มีทุกที่ เพราะฉะนั้นอย่าใว้ใจใคร เรื่องที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ รอบคอบเข้าไว้ดีที่สุด
บันทึกการเข้า
antvcd001
เด็กใหม่หัดโพส
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 04, 2011, 08:11:19 AM »

ตำรวจผมก็เห็นเป็นแบบนี้ทุกที่ละคับแทนที่จะช่วยกลับซ้ำเติม 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


ข้อความ หรือรูปภาพที่ปรากฏในเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งทาง ICT.in.th มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล หากท่านพบเห็นข้อมูลที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งให้ทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป