ICT.in.th กลุ่มร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ ประเทศไทย : InternetCafe Thailand

กฎหมายร้านอินเตอร์เน็ต " ลิขสิทธิ์ " => กฎหมายร้านอินเตอร์เน็ต => ข้อความที่เริ่มโดย: แมวหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2009, 09:03:44 PM



หัวข้อ: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: แมวหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2009, 09:03:44 PM

นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๕๐

(http://spic.uploadd.com/2032/H75/small/BD864C248A833XZ[WBXNKQXKXKJBO453_15.jpg) (http://www.uploadd.com/imageUpload/image.aspx?img=BD864C248A833XZ[WBXNKQXKXKJBO)


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: แมวหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2009, 09:04:02 PM
(http://spic.uploadd.com/2032/H75/small/BD864C2488TQGCX329HDW[8LN2XO[888_16.jpg) (http://www.uploadd.com/imageUpload/image.aspx?img=BD864C2488TQGCX329HDW[8LN2XO[)


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: แมวหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2009, 09:04:20 PM
(http://spic.uploadd.com/2032/H75/small/BD864C2495YFHDIKAAZACJT5RSW[9801_17.jpg) (http://www.uploadd.com/imageUpload/image.aspx?img=BD864C2495YFHDIKAAZACJT5RSW[9)


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: แมวหลวง ที่ กุมภาพันธ์ 24, 2009, 09:04:35 PM
(http://spic.uploadd.com/2032/H75/small/BD864C24967X3T1TSM65W5LTJNID3342_18.jpg) (http://www.uploadd.com/imageUpload/image.aspx?img=BD864C24967X3T1TSM65W5LTJNID3)


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: vicgame1 ที่ มิถุนายน 11, 2009, 08:10:14 PM
เฮ้อ..ผมไปขอที่อัยการจังหวัดครับแต่อัยการจังหวัดยกคำร้อง....รู้สึกว่าจะให้เหตุผลว่าทรัยพ์สินของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดครับ  ให้ยกคำร้อง...ปล.อัยการจังหวัดคงงงครับตอนผมไปยื่นเจ้าหน้าที่ยังงงเลย..สงสัยต้องอุทธรณ์ไปที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาละ....


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: vicgame1 ที่ มิถุนายน 25, 2009, 09:24:12 AM
ไปขอที่ผู้กำกัยสถานีก็ยกคำร้องครับ...ผมจะถามผู้รู้หน่อยครับ ...ว่าถ้าผมจะอุทธรณ์ขอนำของกลางมาเก็บรักษาจะอุทธรณ์ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาหรือยื่นคำร้องที่ศาลจังหวัดครับ ..ส่วนตัวคิดว่ายื่นคำร้องที่ศาลจังหวัดครับเป็นคดีฝ่ายเดียวกูกหรือไม่ครับ...ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: แมวหลวง ที่ มิถุนายน 25, 2009, 07:58:34 PM
แนะนำศาลทรัพย์สินทางปัญญาครับ และของกลางที่ขอคืนไม่ใช่ขอทั้งหมดนะครับ

ให้เขาอายัดเฉพาะฮาร์ดดิสไว้ โดยให้เหตุผลว่า ข้อมูลและความผิดต่าง ๆ ถ้าพึงจะมี จะเก็บอยู่ในฮาร์ดดิส


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: vicgame1 ที่ มิถุนายน 26, 2009, 01:59:20 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: andykosa ที่ มิถุนายน 26, 2009, 05:36:46 PM
เท่าทีรู้ขอที่ ผู้กำกับ ก่อน ไม่ได้ ค่อยไปขอที่ อัยการ อ้างกฎหมายมาตรา 85/1 ตำรวจและอัยการจังหวัดอะไรครับที่ไม่รู้เรื่อง  หรือท่านไม่สนใจมากกกว่า ทางที่ดียอมเสียค่าทนายดีกว่าครับ ผมคิดว่าต้องยอมเสียให้ทนายดำเนินการให้ครับ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: vicgame1 ที่ มิถุนายน 28, 2009, 08:27:43 PM
พอดีเป็นทนายเองครับ...และไปขอทั้งผู้กำกับสถานีและไปขอที่อัยการจังหวัดแล้วครับ...แต่ไม่ได้ผู้กำกับสถานีและอัยการจังหวัดให้เหตุผลว่าเป็นของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดไม่อนุญาต.....ต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลแต่ยังไม่ได้ร่างคำร้องครับ....ผมก็อ้างมาตรา 85/1   แล้ว  แต่มันเป็นดุลพินิจนะครับว่าจะอนุญาตหรือไม่..ส่วนของกลางที่ผมโดนยึดมันเป็นเครื่อง พีเอส 2 พร้อมโทรทัศน์ครับ  เพราะเกิดเรื่องตั้งแต่ตอนยังไม่เปิดร้านคอม....ครับ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: ornrnondotcom ที่ มิถุนายน 30, 2009, 07:57:05 PM
เฮ้ย เหนื่อยจังเลยง่ะ เปิดร้านเน็ตร้านเกมส์เนี้ย เมื่อประมาณวันที่ 25 มิถุนายน ร้านคอมที่ขายเครื่องเขียนก็โดนลิขสิทธิ์ โดเรมอน อีก โอ้ย โลกนี้ช่างร้อนอะไรเช่นนี้ 8)


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: kknd1122 ที่ กรกฎาคม 04, 2009, 09:12:16 PM
น่าเห้นไจทุกคนครับ emotictyc


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: sai-mai ที่ สิงหาคม 19, 2009, 03:24:59 PM
ที่มา :

http://www.cipitc.or.th/readQuestionDetail.aspx?ViewId=72&ValueView=14
http://www.deka2007.supremecourt.or.th/deka/web/search.jsp
http://www.deka2007.supremecourt.or.th/deka/web/docdetail.jsp
http://www.gmwebsite.com/Webboard/Topic.asp?TopicID=Topic-071117065221799

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  3285/2548            พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
                                                           โจทก์
 
                                                           นายเฉลิมชัย ไกรแจ่ม กับพวก
                                                           จำเลย
 
ป.วิ.อ. มาตรา 185

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 31(2), 70 วรรคสอง

 
          การนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์และนำออกให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปนั้น มิใช่การกระทำให้ปรากฏซึ่งสิ่งที่เป็นงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือคำสั่งหรือชุดคำสั่งที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อสาธารณชนโดยการแสดง การจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดตามความหมายของคำว่า "เผยแพร่ต่อสาธารณชน" ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

          โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออกเผยแพร่ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปเพื่อค้าหากำไร เป็นการบรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไป จึงมิใช่การเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรและเพื่อการค้าอันจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ตามฟ้อง ดังนี้ แม้โจทก์จะมีพยานหลักฐานมานำสืบถึงข้อเท็จจริงที่ได้ความตามฟ้องของโจทก์ ก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ได้


_______________________________


          โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 5, 6, 15, 31, 70 วรรคสอง, 75 และ 76 ป.อ. มาตรา 33 และ 83 จ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และขอให้ริบกล่องหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน 3 เครื่อง ของกลาง

          จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ

          ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำผิดตามฟ้อง ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 100,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 ไว้ 6 เดือน และปรับ 100,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 เคยต้องโทษมาก่อนและมีเหตุอันควรปรานีตาม ป.อ. มาตรา 56 ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 และ 30 ตามลำดับ ให้ค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษากึ่งหนึ่งตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบของกลาง สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 4 ให้ยกฟ้อง

          จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

          ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัทเค เจ ซี กัญจนาชัย จำกัด ผู้เสียหาย เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ คือ โปรแกรมอินเตอร์เน็ตคาเฟ่มาสเตอร์คอนโทรล จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านซีเอสอินเตอร์เน็ต ตั้งอยู่ที่สถานที่เกิดเหตุ ดำเนินธุรกิจในการให้บริการด้านอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการ และจำเลยที่ 3 ในฐานะส่วนตัว กับจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของร้านซีเอสอินเตอร์เน็ต ร่วมกันกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวของผู้เสียหายโดยนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งจำเลยทั้งสี่รู้อยู่แล้วว่ามีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออกเผยแพร่ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปเพื่อการค้าหากำไร โดยจำเลยทั้งสี่มิได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย เห็นได้ว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปเท่านั้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวมิใช่การกระทำให้ปรากฏซึ่งสิ่งที่เป็นงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือคำสั่งหรือชุดคำสั่งที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อสาธารณชนโดยการแสดง การจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดตามความหมายของคำว่า "เผยแพร่ต่อสาธารณชน" ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 การนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปตามฟ้อง จึงมิใช่การเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรและเพื่อการค้าอันจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ดังนี้ แม้โจทก์จะมีพยานหลักฐานมานำสืบถึงข้อเท็จจริงที่ได้ความตามฟ้องของโจทก์ดังกล่าว ก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามฟ้องได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย

          พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 เสียด้วย กับให้ยกคำขอให้จ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และคำขอให้ริบหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน 3 เครื่อง ของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง.

 

 

( พิชิต คำแฝง - สุวัฒน์ วรรธนะหทัย - อุดมศักดิ์ นิติมนตรี )

 

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายพิธี อุปปาติก

ศาลอุทธรณ์



***********************************************************************


ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  3285/2548            พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
                                                           โจทก์
 
                                                           นายเฉลิมชัย ไกรแจ่ม กับพวก
                                                           จำเลย
 
ป.วิ.อ. มาตรา 185

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 31(2), 70 วรรคสอง

          การนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์และนำออกให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปนั้น มิใช่การกระทำให้ปรากฏซึ่งสิ่งที่เป็นงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือคำสั่งหรือชุดคำสั่งที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อสาธารณชนโดยการแสดง การจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดตามความหมายของคำว่า “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ

          โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออกเผยแพร่ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปเพื่อค้าหากำไร เป็นการบรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปจึงมิใช่การเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรและเพื่อการค้าอันจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ตามฟ้อง ดังนี้ แม้โจทก์จะมีพยานหลักฐานมานำสืบถึงข้อเท็จจริงที่ได้ความตามฟ้องของโจทก์ ก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ได้

________________________________


          โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 5, 6, 15, 31, 70 วรรคสอง, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และ 83 จ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และขอให้ริบกล่องหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน 3 เครื่องของกลาง

          จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ

          ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำผิดตามฟ้อง ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 100,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 ไว้ 6 เดือน และปรับ 100,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ให้ค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษากึ่งหนึ่งตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบของกลาง สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 4 ให้ยกฟ้อง

          จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

          ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า “เห็นสมควรวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า การกระทำทั้งหลายที่โจทก์บรรยายฟ้องมานั้นเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ที่โจทก์ขอให้ลงโทษหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท เค เจ ซี กัญจนาชัย จำกัด ผู้เสียหาย เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ คือ โปรแกรมอินเตอร์เน็ตคาเฟ่มาสเตอร์คอนโทรล จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านซีเอสอินเตอร์เน็ต ตั้งอยู่ที่สถานที่เกิดเหตุ ดำเนินธุรกิจในการให้บริการด้านอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการ และจำเลยที่ 3 ในฐานะส่วนตัว กับจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของร้านซีเอสอินเตอร์เน็ต ร่วมกันกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวของผู้เสียหายโดยนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งจำเลยทั้งสี่รู้อยู่แล้วว่ามีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายออกเผยแพร่ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปเพื่อการค้าหากำไร โดยจำเลยทั้งสี่มิได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย เห็นได้ว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปเท่านั้นซึ่งการกระทำดังกล่าวมิใช่การกระทำให้ปรากฏซึ่งสิ่งที่เป็นงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือคำสั่งหรือชุดคำสั่งที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อสาธารณชนโดยการแสดงการจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดตามความหมายของคำว่า “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 การนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการแก่สาธารณชนและบุคคลทั่วไปตามฟ้อง จึงมิใช่การเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานวรรณกรรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรและเพื่อการค้าอันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ดังนี้ แม้โจทก์จะมีพยานหลักฐานมานำสืบถึงข้อเท็จจริงที่ได้ความตามฟ้องของโจทก์ดังกล่าว ก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามฟ้องได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง

          อนึ่ง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และริบกล่องหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน 3 เครื่อง ของกลางตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์นั้น เมื่อได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่ตามที่โจทก์ฟ้องมานั้นไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ดังนี้ จึงไม่มีค่าปรับที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องชำระตามคำพิพากษาและกล่องหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน 3 เครื่องของกลางย่อมไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 จึงไม่อาจริบตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้อง”

          พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 เสียด้วย กับให้ยกคำขอให้จ่ายค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และคำขอให้ริบหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน 3 เครื่อง ของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง


( พิชิต คำแฝง - สุวัฒน์ วรรธนะหทัย - อุดมศักดิ์ นิติมนตรี )






หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: Jomaster399 ที่ มกราคม 10, 2010, 07:05:00 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: joecole02 ที่ มิถุนายน 02, 2010, 02:42:45 PM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: atom ที่ มิถุนายน 08, 2010, 08:20:32 PM
เหนื่อยใจเนอะเปิดร้านเนต เหมือนเปิดผับเลยนะเนี่ย ทำอะไรก็ลำบากจัง


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: wutichairat ที่ กันยายน 22, 2010, 01:47:31 PM

ทำไมผมดูรูปหรือบทความที่ อ.แมวหลวง โพส์ไม่เห็นครับ..


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: GUUIISJ ที่ ธันวาคม 24, 2010, 02:59:50 PM
เหมือนกันครับ  ดูไม่ได้


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: LINUX ที่ ธันวาคม 25, 2010, 01:50:32 PM
ขอบคุณครับ ได้ความรู้เพิ่มขี้น


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: okkrapman ที่ มีนาคม 14, 2011, 08:32:47 PM
 ;D
ดูไม่ได้เหมือนกัน


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: smilenet01 ที่ เมษายน 20, 2011, 08:46:37 AM
ขอบคุณนะคับ.... ictemotin1


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: luengaw ที่ สิงหาคม 17, 2011, 01:54:07 PM
ไม่เห็นข้อมุลเลยครับ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: narukjungrai ที่ กันยายน 07, 2011, 09:53:36 AM
ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลดีๆ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: tongdang97 ที่ กันยายน 07, 2011, 03:37:06 PM
 ;) ;)  ขอบคุณครับสำหรับฎีกาทั้งสอง...


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: wewe_rara ที่ กันยายน 07, 2011, 05:51:03 PM
ขอบคุรครับ


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: tamada ที่ ตุลาคม 06, 2011, 07:58:09 AM
พระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๗)
พ.ศ. ๒๕๕๐

“มาตรา ๘๕/๑ ในระหว่างสอบสวน สิ่งของที่เจ้าพนักงานได้ยึดไว้ซึ่งมิใช่ทรัพย์สิน
ที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิด ถ้ายังไม่ได้นำสืบหรือแสดงเป็นพยานหลักฐาน
ในการพิจารณาคดี เจ้าของหรือผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอคืนสิ่งของที่เจ้าพนักงานยึดไว้ อาจยื่นคำร้องต่อ
พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี เพื่อขอรับสิ่งของนั้นไปดูแลรักษาหรือ
ใช้ประโยชน์โดยไม่มีประกัน หรือมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกันก็ได้
การสั่งคืนสิ่งของตามวรรคหนึ่งจะต้องไม่กระทบถึงการใช้สิ่งของนั้นเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์
ข้อเท็จจริงในภายหลัง ทั้งนี้ ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมีคำสั่งโดยมิชักช้า โดยอาจเรียก
ประกันจากผู้ยื่นคำร้องหรือกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดให้บุคคลนั้นปฏิบัติ และหากไม่ปฏิบัติตาม
เงื่อนไขหรือบุคคลดังกล่าวไม่ยอมคืนสิ่งของนั้นเมื่อมีคำสั่งให้คืน ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงาน
อัยการ แล้วแต่กรณี มีอำนาจยึดสิ่งของนั้นกลับคืนและบังคับตามสัญญาประกันเช่นว่านั้นได้ วิธีการ
ยื่นคำร้อง เงื่อนไขและการอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิยื่น
คำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวได้ภายในสามสิบวันนับแต่
วันที่ได้รับแจ้งการไม่อนุญาตและให้ศาลพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ
อุทธรณ์ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาต ศาลอาจเรียกประกันหรือกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดได้
ตามที่เห็นสมควร คำสั่งของศาลให้เป็นที่สุด”

โหลดเต็ม ๆ ได้ที่ http://criminal.police.go.th/law/law51_002.PDF


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: tongza9021 ที่ มีนาคม 29, 2012, 09:11:57 AM
ได้ความรู้มากครับ และรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการเปิดร้านเกมสืเหมือนเปิดผับเปิดบาร์จริงๆ
ทั้งที่น่าจะเ้ลวร้ายน้อยกว่าร้านขายเหล้าขายบุหรี่


หัวข้อ: Re: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: max-ls-125 ที่ พฤษภาคม 03, 2012, 04:36:30 PM
ภาพไม่ขึ้นแล้วครับ


หัวข้อ: นำของกลางคืน ด้วยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบ
เริ่มหัวข้อโดย: joronok ที่ ธันวาคม 02, 2015, 08:05:28 AM
ง่าอ่านไม่ทันแล้ว  :'(